ดีเบตรอบสุดท้าย! “ทรัมป์-ไบเดน” ศึกเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ 2020

จบลงไปแล้วสำหรับการดีเบตของ 2 ผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่าง “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และ “โจ ไบเดน” ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ซึ่งจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม เวลา 21:00 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ) หรือตรงกับเช้าวันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม เวลา 8:00 น. ของประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยเบลมอนต์ เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี โดยการดีเบตในครั้งนี้ ถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ Sanook จึงสรุปไฮไลท์เด็ดจากค่ำคืนการดีเบตรอบสุดท้ายมาฝากทุกคน

โควิด-19

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึง การรับมือกับโรคโควิด-19 ในเฟสแรก โดยอ้างว่าอัตราการติดเชื้อทั่วประเทศลดลง ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาในช่วงนี้ โจมตีรัฐนิวยอร์ก นอร์ทแคโรไลนา อิลลินอยส์ และรัฐอื่น ๆ พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังย้ำชัดว่าสหรัฐฯ ต้องทำการเปิดประเทศอีกครั้ง ไบเดนในทางกลับกัน ชี้ว่าวิธีการง่าย ๆ ที่จะป้องกันโรคโควิด-19 คือการสวมหน้ากากอนามัย ทุกคนต้องเข้าถึงการตรวจหาโรค พร้อม ๆ กับการที่รัฐบาลต้องจัดตั้งมาตรฐานแห่งชาติในการเปิดโรงเรียนและภาคธุรกิจ
การจ่ายภาษีของทรัมป์

ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะนำหลักฐานการจ่ายภาษีของเขามาแสดงให้ทุกคนได้ดูในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ไบเดนโจมตีทรัมป์ กรณีที่เขามีบัญชีธนาคารในประเทศจีน แต่ทรัมป์ก็ตอกกลับว่า ไบเดนรับเงินจากประเทศยูเครน รัสเซีย และจีน

เกาหลีเหนือ

ทรัมป์ระบุว่า ประเทศเกาหลีเหนือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรักษาความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ในขณะที่ไบเดนกล่าวว่า เกาหลีเหนือไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของรัฐบาลโอบามา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นมีความแข็งแกร่งมากพอ

ระบบสุขภาพ

ไบเดนชี้ว่า เขาจะเปลี่ยน “โอบามาแคร์” ให้เป็น “ไบเดนแคร์” ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน แต่ประชาชนจะมีทางเลือกมากขึ้น พร้อมกันนี้เขายังต้องการที่จะสร้างการแข่งขันระหว่างบริษัทประกันภัยอีกด้วย ขณะที่ทรัมป์โจมตีว่า ไบเดนไม่ลงมือทำอะไรเลยตลอด 47 ปีที่เขาทำหน้าที่รัฐบาล

การแยกเด็กจากครอบครัว

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่าเด็กกว่า 500 คนถูกแยกจากครอบครัวในด่านพรมแดน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 2 คนจึงได้รับคำถามถึงวิธีการที่จะทำให้เด็กได้เจอครอบครัวของพวกเขาอีกครั้ง ซึ่งทรัมป์ระบุว่า คณะทำงานของเขากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้เด็ก ๆ ได้พบพ่อแม่อีกครั้ง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดของแผนการที่ชัดเจน ขณะที่ไบเดนไม่ได้กล่าวถึงแผนการเช่นกัน แต่เขาชี้ว่า สหรัฐฯ ได้กลายเป็น “ตัวตลก” ไปแล้ว จากการทำให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

การเหยียดเชื้อชาติ

ไบเดนกล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่เคยสร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง เขาเรียกร้องระบบสุขภาพที่ดีกว่าเดิม รวมถึงระบบการศึกษา และโอกาสสำหรับครอบครัวที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ลืมตาอ้าปาก ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการปฏิรูปเรือนจำ เป็นนโยบายสำคัญของเขาในการช่วยเหลือคนผิวสี และเขาต้องการที่จะทุ่มงบประมาณให้กับวิทยาลัยชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน (Historically Black Colleges)

การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

ทรัมป์ชี้ว่า เขาต้องการสภาพแวดล้อมและน้ำที่สะอาด แต่แสดงความไม่พอใจต่อข้อตกลงบางข้อที่ประเทศต้องทำเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม เช่น ความตกลงปารีส (Paris Agreement) เขาอ้างว่า สหรัฐฯ มีน้ำและอากาศที่ดีที่สุดแล้ว ขณะที่ไบเดนกล่าวว่าปัญหาโลกร้อน เป็นปัญหาสำคัญและเวลาที่จะใช้เพื่อแก้ไข

ปัญหานี้ก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ

ในตอนท้าย ทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการให้สหรัฐฯ กลับมาดีอีกครั้ง ดังเช่นก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคดควิด-19 พร้อมกันนี้ เขายังต้องการสร้างงานและสร้างโอกาสให้กับทุกคนในประเทศ ในขณะที่ไบเดนกล่าวกับผู้ลงคะแนนเสียงว่า เขาต้องการปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด พร้อมกับสร้างงานใหม่ให้ประชาชนอีกด้วย